ประวัติความเป็นมา
๑. ประวัติที่ตั้ง ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2483 ร้อยตำรวจเอกวิน จุลมิน ผู้บังคับกอง สถานีตำรวจภูธรอำเภอ ศรีสะเกษ เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งสถานีตำรวจชั่วคราวขึ้นที่บ้านรุง ตำบลรุง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปีต่อมา พ.ศ. 2484 กรมตำรวจได้อนุมัติให้จัดตั้งสถานีตำรวจขึ้นที่บ้านโดนเอาว์ หมู่ที่ 4 ตำบลรุง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พิกัด วีบี. 599027 พื้นที่ตั้งจำนวน 22 ไร่ 2 งาน มีชื่อเรียกว่า สถานีตำรวจภูธรบ้านโดนเอาว์ ในช่วงแรกให้มีพื้นที่รับผิดชอบ 4 ตำบล คือตำบลรุง , ตำบลชำ , ตำบลละลายและตำบลเมือง โดยมีสิบตำรวจโทมั่น ไกรจักร เป็นหัวหน้าสถานี ซึ่งเวลาต่อมาตำบลเมือง ได้ถูกแบ่งเขตเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.กันทรลักษ์ สถานีตำรวจภูธรบ้านโดนเอาว์ จึงมีพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 3 ตำบล และได้รับการยกระดับให้มีอำนาจการสอบสวน เมื่อ ปี พ.ศ. 2530 โดยมี พันตำรวจตรีบัวลอน สุตะแสง เป็นสารวัตรสถานี และได้รับการยกระดับให้มีหัวหน้าสถานีเป็นระดับสารวัตรใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2554 พันตำรวจโทเอกรัส เพิ่มบุญ เป็นสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรบ้านโดนเอาว์ ต่อมาในปี 2556 ได้รับอนุมัติให้ปรับระดับหัวหน้าสถานีเป็นผู้กำกับการ ปัจจุบันมีพันตำรวจเอกธวัชชัย แก้วเบ้า เป็นผู้กำกับการ รวมมีผู้บังคับบัญชาหัวหน้าสถานีทั้งหมด จำนวน 30 คน
๒. เหตุผลการจัดตั้ง บ้านโดนเอาว์เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดป่าเขามีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยซึ่งมีระยะทางที่ใกล้ช่องทาง ขึ้น – ลง ติดต่อกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยหลายช่องทาง มีระยะทางประมาณ 10 – 15 กิโลเมตร เหตุการณ์ก่อนจัดตั้ง มีโจรผู้ร้ายลักทรัพย์ของชาวบ้านเป็นประจำ เมื่อกระทำความผิดแล้วได้หลบหนีเข้าไปในป่าเขาหรือหนีเข้าไปยังประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย กรมตำรวจได้เห็นความจำเป็นในพื้นที่แห่งนี้ จึงได้อนุมัติให้จัดตั้งสถานีตำรวจขึ้นเพื่อคอยระวังป้องกันและปราบปรามโจรผู้ร้ายตามแนวชายแดน และดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดมา
๓. พื้นที่รับผิดชอบ สถานีตำรวจภูธรบ้านโดนเอาว์ ปัจจุบันมีพื้นที่รับผิดชอบ ๓ ตำบล คือ ตำบลรุง , ตำบลชำ และตำบลละลาย ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหารทับซ้อนกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ปัจจุบันทางราชการได้ออกเอกสารสิทธิ์ สปก. ให้แล้วเป็นบางส่วน พื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 104.85 ตารางกิโลเมตร มีระยะห่างจาก ภ.จว.ศรีสะเกษ ระยะทาง 90 กิโลเมตร แบ่งได้ดังนี้
3.1 ตำบลรุง มีพื้นที่ 37.89 ตารางกิโลเมตร มี 10 หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านรุง | หมู่ที่ 2 บ้านสมบูรณ์ |
หมู่ที่ 3 บ้านตาทวด | หมู่ที่ 4 บ้านโดนเอาว์ |
หมูที่ 5 บ้านหนองอุดม | หมู่ที่ 6 บ้านห้วยทิพย์ |
หมู่ที่ 7 บ้านคลองทราย | หมู่ที่ 8 บ้านหนองโปร่งใหญ่ |
หมู่ที่ 9 บ้านรุงตะวันออก | หมู่ที่ 10 บ้านโดนเอาว์ใต้ |
3.2 ตำบลชำ มีพื้นที่ 26.83 ตารางกิโลเมตร มี 8 หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านชำ | หมู่ที่ 2 บ้านแจงแมง |
หมู่ที่ 3 บ้านนาโพธิ์ | หมู่ที่ 4 บ้านตามูล |
หมูที่ 5 บ้านชำม่วง | หมู่ที่ 6 บ้านชำม่วง 2 |
หมู่ที่ 7 บ้านแจงแมงน้อย | หมูที่ 8 บ้านแจงแมงเหนือ |
3.3 ตำบลละลาย มีพื้นที่ 37.89 ตารางกิโลเมตร มี 12 หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านละลาย | หมู่ที่ 2 บ้านสามเส้า |
หมู่ที่ 3 บ้านโคกแกแล | หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งยาว |
หมูที่ 5 บ้านคำโปรย | หมู่ที่ 6 บ้านโคกเจริญ |
หมู่ที่ 7 บ้านก่อ | หมู่ที่ 8 บ้านโคกสมบูรณ์ |
หมูที่ 9 บ้านโนนมีชัย | หมู่ที่ 10 บ้านห้วยตาเสก |
หมู่ที่ 11 บ้านโคกเจริญใหม่ | หมู่ที่ 12 บ้านโคกพัฒนา |
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ จรดตำบลทุ่งใหญ่ , ตำบลเมือง , ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์
ทิศใต้ จรดประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย
ทิศตะวันออก จรดตำบลเสาธงชัย , ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์
ทิศตะวันตก จรดตำบลบักดอง , ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ
ช่องทาง ขึ้น – ลง ระหว่างประเทศไทย – กัมพูชาประชาธิปไตย มี 6 ช่อง ดังนี้
– ช่องโดนเอาว์ ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 15 กิโลเมตร
– ช่องจัดแจง ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 18 กิโลเมตร
– ช่องแปดหลัก ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 25 กิโลเมตร
– ช่องกัมเปียม ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 26 กิโลเมตร
– ช่องทับอู ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 26 กิโลเมตร
– ช่องพระพลัย ห่างจาก สภ.บ้านโดนเอาว์ ประมาณ 30 กิโลเมตร
จำนวนประชากร
– ตำบลรุง ชาย 4,037 คน หญิง 3,942 คน รวม 7,979 คน
– ตำบลชำ ชาย 2,657 คน หญิง 2,717 คน รวม 5,474 คน
– ตำบลละลาย ชาย 3,885 คน หญิง 3,964 คน รวม 7,849 คน
รวม ชาย 10,579 คน หญิง 10,632 คน
รวมทั้งหมด 21,202 คน
เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ ประชากรในพื้นที่มี 2 เชื้อชาติ คือ เชื้อชาติไทยอีสาน และเชื้อชาติกัมพูชา
อาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง ไร่ปอ สวนผลไม้ ต่างๆ ( เงาะ ลำไย ทุเรียนภูเขาไฟ มะขามหวาน กล้วย ) และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและนิยมปลูกกันมาก คือ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน